libro diario ใน สเปน หมายถึงอะไร

ความหมายของคำว่า libro diario ใน สเปน คืออะไร บทความอธิบายความหมายแบบเต็ม การออกเสียงพร้อมกับตัวอย่างสองภาษาและคำแนะนำเกี่ยวกับวิธีใช้ libro diario ใน สเปน

คำว่า libro diario ใน สเปน หมายถึง ไดอารี่, สมุดบันทึก, บันทึกประจําวัน, ไดอะรี่, สมุดรายวัน หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติม โปรดดูรายละเอียดด้านล่าง

ฟังการออกเสียง

ความหมายของคำว่า libro diario

ไดอารี่

(diary)

สมุดบันทึก

(diary)

บันทึกประจําวัน

(diary)

ไดอะรี่

(diary)

สมุดรายวัน

(journal)

ดูตัวอย่างเพิ่มเติม

Cada familia tiene un libro, un diario donde está la línea familiar.
แต่ละตระกูลจะมีตํารา บันทึกเรื่องราวของแต่ละ สายตระกูลเอาไว้
“La confianza es un requisito básico para una fluida interacción diaria”, comenta el libro Jugend 2002.
หนังสือ ยูเกนท์ 2002 แสดง ความ เห็น ไว้ ว่า “ความ ไว้ วางใจ ประกอบ เป็น พื้น ฐาน อย่าง หนึ่ง สําหรับ การ ติด ต่อ สัมพันธ์ ประจํา วัน ที่ ไม่ ยุ่งยาก ซับซ้อน กับ คน อื่น ๆ.”
(Madre: ¿El otro era un libro o un escrito en el diario?)
เด็กหญิง: หนูเขียนหนังสือได้สองเล่มแล้วค่ะ แม่: อีกเล่มหนึ่งเป็นหนังสือหรือบันทึกคะ
Sus compañeros acudieron en su defensa, quejándose de que tan solo los libros de Antología y de Matemáticas ya pesaban 5 kilos, y que necesitaban llevar libros para cuatro asignaturas diarias por lo menos.
เพื่อน นัก เรียน รวม กําลัง เพื่อ ปก ป้อง เขา โดย โอด ครวญ ว่า หนังสือ รวบ รวม บท กวี นิพนธ์ และ หนังสือ คณิตศาสตร์ เพียง อย่าง เดียว มี น้ําหนัก 5 กิโลกรัม อยู่ แล้ว และ พวก เขา ต้อง หอบ หนังสือ ไป เรียน อย่าง น้อย สี่ วิชา แต่ ละ วัน.
" Diario ", dijo Cuss, poner los tres libros sobre la mesa.
" Diary" Cuss กล่าวว่าการวางหนังสือสามในตารางที่
“Pero, padre, la Biblia es un libro razonable y contiene muy buenos consejos para la vida diaria”, alegué.
ฉัน วิงวอน ว่า “แต่ พ่อ คะ, คัมภีร์ ไบเบิล เป็น หนังสือ ที่ มี เหตุ ผล นะ คะ และ มี คํา แนะ นํา ที่ ดี เยี่ยม ใน เรื่อง การ ดําเนิน ชีวิต.”
En efecto, este libro sagrado es práctico para la vida diaria no solo en la escuela, sino también en el trabajo, en la familia y en toda otra esfera de la existencia humana.
(2 ติโมเธียว 3:16, พระ คัมภีร์ โดย คณะ กรรมการ คาทอลิก เพื่อ พระ คัมภีร์) คํา แนะ นํา ใน พระ คัมภีร์ ใช้ ได้ จริง ใน ชีวิต ประจํา วัน ไม่ ใช่ แค่ ใน โรง เรียน แต่ ยัง รวม ถึง ที่ ทํา งาน ที่ บ้าน และ ที่ อื่น ๆ ด้วย.
* Hazte el hábito de estudiar personalmente el Evangelio a diario, e incluye en ello el estudiar el Libro de Mormón y meditar en cuanto a él.
* สร้างนิสัยของการศึกษาพระกิตติคุณเป็นส่วนตัวทุกวัน รวมทั้งศึกษาและไตร่ตรองพระคัมภีร์มอรมอน
3 Leamos la Biblia a diario. Si solemos tener una Biblia a mano, podemos aprovechar cualquier tiempo libre para leerla.
3 จง อ่าน คัมภีร์ ไบเบิล ทุก วัน: ถ้า เรา วาง คัมภีร์ ไบเบิล ใน ที่ ที่ หยิบ ฉวย ได้ ง่าย เรา จะ อ่าน เวลา ใด ก็ ได้ ที่ เรา ว่าง.
“Leo el libro de los Salmos una y otra vez —dice Ana—, y tengo un diario en el que apunto textos animadores.”
อันนา พูด ว่า “ฉัน อ่าน พระ ธรรม บทเพลง สรรเสริญ ซ้ํา แล้ว ซ้ํา อีก และ ฉัน คอย จด ข้อ คัมภีร์ ที่ หนุน ใจ ลง ใน สมุด บันทึก.”
“Lo ideal —recomienda el libro Reading and the Dyslexic Child—, es que todo niño [disléxico] reciba una hora diaria de enseñanza individualizada.”
หนังสือ การ อ่าน และ เด็ก ที่ เป็น ดิสเลกเซีย เสนอ แนะ ว่า “ถ้า จะ ให้ ดี เด็ก แต่ ละ คน [ที่ เป็น ดิสเลกเซีย] ควร ได้ รับ การ สอน พิเศษ วัน ละ หนึ่ง ชั่วโมง ชนิด ตัว ต่อ ตัว จาก ครู.”
En tu diario de estudio de las Escrituras, explica por qué se designa al Libro de Mormón como la clave de nuestra religión.
ในสมุดบันทึกการศึกษาพระคัมภีร์ของท่าน ให้อธิบายว่าเหตุใดจึงเรียกพระคัมภีร์มอรมอนว่าศิลาหลักแห่งศาสนาของเรา
En las siguientes partes de su diario, el élder Woodruff expresa su testimonio concerniente al libro de Abraham, que el profeta José Smith tradujo por el poder de Dios y que fue más adelante incluido en la Perla de Gran Precio.
ในบทความต่อไปนี้ที่คัดมาจากบันทึกส่วนตัวของท่าน เอ็ลเดอร์วูดรัฟฟ็ได้ แสดงประจักษ์พยานเกี่ยวกับหนังลือเอบราแฮม ซึ่งศาสดาโจเซฟ สมิธแปลโดย อํานาจของพระผู้เป็นเจ้า และต่อมาได้รวมไว้ในพระคัมภีร์ไข่มุกอันลํ้าค่า
Ahora bien, comparen esa entrada del diario con la copia de una página del manuscrito original del Libro de Mormón, transcrita en algún momento entre abril y junio de 1829 (aparece en la página siguiente).
ทีนี้ลองเปรียบเทียบข้อความในบันทึกนั้นกับสําเนาต้นฉบับเดิมของพระคัมภีร์มอรมอนที่คัดลอกไว้ในช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายน ปี 1829 (ภาพในหน้าถัดไป)
Explica, en tu diario de estudio de las Escrituras, la manera en que el conocer estos propósitos del Libro de Mormón te ayudará a comprender su importancia.
ในสมุดบันทึกการศึกษาพระคัมภีร์ของท่าน ให้อธิบายว่าการรู้จุดประสงค์เหล่านี้ของพระคัมภีร์มอรมอนช่วยให้ท่านเข้าใจความสําคัญของพระคัมภีร์เล่มนี้อย่างไร
Habiendo observado lo que realmente sucede en la vida diaria, el sabio escritor del libro bíblico de Eclesiastés dijo: “Me volví para ver bajo el sol que no tienen los veloces la carrera, ni los poderosos la batalla, ni tampoco tienen los sabios el alimento, ni tampoco tienen los entendidos las riquezas, ni aun los que tienen conocimiento tienen el favor; porque el tiempo y el suceso imprevisto les acaecen a todos.”—Eclesiastés 9:11.
ครั้น ได้ สังเกต เห็น สิ่ง ซึ่ง เกิด ขึ้น จริง ๆ ใน ชีวิต ทุก ๆ วัน ท่าน ผู้ ฉลาด รอบรู้ ผู้ จารึก พระ ธรรม ท่าน ผู้ ประกาศ จึง กล่าว ดัง นี้: “ข้าพเจ้า กลับ มา เห็น ภาย ใต้ ดวง อาทิตย์ ว่า คน ที่ วิ่ง เร็ว มิ ใช่ จะ ชนะ ใน การ วิ่ง แข่ง หรือ คน ที่ มี อํานาจ ใหญ่ โต มิ ใช่ จะ เอา ชนะ ใน การ สงคราม ได้ หรือ คน ฉลาด ก็ เช่น กัน จะ มี อาหาร กิน เสมอ ก็ หา ไม่ หรือ คน ที่ มี ความ เข้าใจ ก็ เหมือน กัน หา ใช่ ว่า จะ มั่งคั่ง ด้วย โภคทรัพย์ ไม่ หรือ แม้ แต่ คน เหล่า นั้น ที่ มี ความ รู้ ก็ จะ หา ได้ รับ ความ โปรดปราน ไม่ เพราะ วาระ และ เหตุ การณ์ ที่ ไม่ ได้ คาด ล่าง หน้า ไว้ ย่อม บังเกิด แก่ เขา ทุก คน.”—ท่าน ผู้ ประกาศ 9:11.
En efecto, el libro bíblico de Génesis contiene lo que podríamos llamar el cuaderno de bitácora, o diario de a bordo, de Noé, que narra lo que sucedió desde que comenzaron las lluvias hasta que él y su familia salieron del arca.
ที่ จริง พระ ธรรม เยเนซิศ มี สิ่ง ที่ อาจ เรียก ได้ ว่า บันทึก การ เดิน เรือ ของ โนฮา เกี่ยว กับ เหตุ การณ์ ที่ ได้ เกิด ขึ้น ตั้ง แต่ ตอน เริ่ม ต้น ของ น้ํา ท่วม โลก จน กระทั่ง ท่าน และ ครอบครัว ออก จาก นาวา.
En tu diario de estudio de las Escrituras, explica por qué es importante para ti saber qué grado de participación tuvo el Señor cuando se escribió y se tradujo el Libro de Mormón.
ในสมุดบันทึกการศึกษาพระคัมภีร์ของท่าน ให้อธิบายว่าเหตุใดจึงสําคัญที่ท่านต้องทราบว่าพระเจ้าทรงเกี่ยวข้องอย่างไรในการเขียนและการแปลพระคัมภีร์มอรมอน
De hecho, como las sesiones de estudio fueron diarias, terminó el libro Conocimiento en relativamente poco tiempo.
อัน ที่ จริง ชาย หนุ่ม ผู้ นี้ มา ศึกษา ทุก วัน และ เรียน หนังสือ ความ รู้ ทั้ง เล่ม จบ ใน เวลา ค่อนข้าง สั้น.
Como mínimo, todos deberíamos leer y considerar el texto diario, seguir la lectura de la Biblia que se indica en el programa de la Escuela del Ministerio Teocrático y prepararnos para el Estudio de Libro de Congregación y el Estudio de La Atalaya.
โดย เป็น เป้าหมาย อย่าง น้อย ที่ สุด เรา ควร อ่าน และ พิจารณา ข้อ พระ คัมภีร์ ประจํา วัน อ่าน ให้ ทัน กับ การ อ่าน พระ คัมภีร์ ประจํา สัปดาห์ ที่ กําหนด ไว้ ใน กําหนดการ ของ โรง เรียน การ รับใช้ ตาม ระบอบ การ ของ พระเจ้า และ เตรียม ตัว สําหรับ การ ศึกษา หนังสือ ประจํา ประชาคม และ การ ศึกษา วารสาร หอสังเกตการณ์.
¿Qué lecciones para la vida diaria podemos aprender de los libros de Jeremías y Lamentaciones?
ใน เรื่อง ชีวิต ประจํา วัน คุณ จะ เรียน อะไร บ้าง จาก การ ศึกษา หนังสือ ยิระมะยา และ บทเพลง ร้อง ทุกข์?
El diario Le Midi libre mencionó: “Hay momentos en que las obras de caridad son casi obligatorias, sea que se efectúen espontáneamente, por amistad o debido a la conciencia”.
หนังสือ พิมพ์ เลอ มิดิ ลีเบรอ ให้ ข้อ สังเกต ว่า “มี บาง ครั้ง ที่ การ กุศล แทบ จะ เหมือน กับ พันธะ หน้า ที่ ไม่ ว่า จะ เป็น ไป โดย ธรรมชาติ, โดย มิตรภาพ, หรือ โดย มโนธรรม.”
El diario alemán Frankfurter Allgemeine Zeitung señala: “Al igual que en 1992, el primero y único Año de la Biblia celebrado anteriormente, [las iglesias] pretenden crear en la gente conciencia de la importancia de este ‘libro de la vida’ y poner de relieve su valor cultural”.
หนังสือ พิมพ์ ราย วัน ของ เยอรมนี ชื่อ ฟรังค์ฟูร์เทอร์ อาลล์เกไมเน ไซทุง กล่าว ว่า “นับ ตั้ง แต่ มี การ ฉลอง กัน ใน ปี 1992 ซึ่ง เป็น ครั้ง แรก และ ครั้ง ล่า สุด [คริสตจักร] มี จุด ประสงค์ ให้ ประชาชน สํานึก ถึง ‘หนังสือ แห่ง ชีวิต’ นี้ มาก ขึ้น และ ต้องการ เน้น ถึง คุณค่า ทาง วัฒนธรรม ของ พระ คัมภีร์ บริสุทธิ์.”
11 La lectura diaria del “libro” de Jehová preparó a Josué para hacer frente a las pruebas que se presentarían, tal como la lectura diaria de la Palabra de Jehová, la Biblia, fortalece a sus Testigos de la actualidad para afrontar las pruebas que se presentan en estos críticos “últimos días”.
11 การ อ่าน “หนังสือ” ของ พระ ยะโฮวา เป็น ประจํา ทุก วัน ได้ เตรียม ยะโฮซูอะ ไว้ พร้อม เพื่อ รับมือ กับ การ ยาก ลําบาก ต่าง ๆ ใน วัน ข้าง หน้า เช่น เดียว กับ การ อ่าน คัมภีร์ ไบเบิล พระ คํา ของ พระ ยะโฮวา ทุก วัน ย่อม เสริม กําลัง พยาน ทั้ง หลาย ของ พระองค์ สมัย นี้ เพื่อ จะ รับมือ กับ ความ ยาก ลําบาก ต่าง ๆ ใน “สมัย สุด ท้าย” อัน วิกฤต นี้.
¡Qué alivio recibirá la humanidad al verse libre de las cargas del pasado y despertarse a diario con la mente despejada, con ganas de emprender la actividad cotidiana!
ช่าง จะ เป็น การ ปลด เปลื้อง อะไร เช่น นั้น สําหรับ มนุษยชาติ ที่ จะ ได้ หลุด พ้น จาก ภาระหนัก ต่าง ๆ ใน อดีต และ ตื่น ขึ้น มา แต่ ละ วัน ด้วย จิตใจ ปลอด โปร่ง แจ่ม ใส กระหาย ที่ จะ ปล้ําสู้ กับ กิจกรรม ของ วัน นั้น!

มาเรียนกันเถอะ สเปน

ตอนนี้เมื่อคุณรู้ความหมายของ libro diario ใน สเปน มากขึ้นแล้ว คุณจะได้เรียนรู้วิธีใช้คำเหล่านี้ผ่านตัวอย่างที่เลือกไว้และวิธี อ่านแล้วอย่าลืมเรียนรู้คำที่เกี่ยวข้องที่เราแนะนำ เว็บไซต์ของเรามีการปรับปรุงคำศัพท์ใหม่ๆ และตัวอย่างใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา เพื่อให้คุณสามารถค้นหาความหมายของคำอื่นๆ ที่คุณไม่ทราบใน สเปน

คุณรู้จัก สเปน ไหม

ภาษาสเปน (español) หรือที่รู้จักในชื่อ Castilla เป็นภาษาของกลุ่มภาษาโรมานซ์ไอบีเรียและโรมานซ์ และภาษาที่พบบ่อยที่สุดอันดับ 4 ของโลกตามแหล่งข้อมูลบางแห่ง ในขณะที่บางแหล่งระบุว่าเป็นภาษาทั่วไปอันดับ 2 หรือ 3 . เป็นภาษาแม่ของผู้คนประมาณ 352 ล้านคน และมีคนพูด 417 ล้านคนเมื่อเพิ่มผู้พูดเป็นภาษา ย่อย (ประมาณปี 2542) ภาษาสเปนและโปรตุเกสมีไวยากรณ์และคำศัพท์ที่คล้ายคลึงกันมาก จำนวนคำศัพท์ที่คล้ายคลึงกันของทั้งสองภาษานี้สูงถึง 89% ภาษาสเปนเป็นภาษาหลักของ 20 ประเทศทั่วโลก คาดว่าจำนวนผู้พูดภาษาสเปนทั้งหมดอยู่ระหว่าง 470 ถึง 500 ล้านคน ทำให้เป็นภาษาที่ใช้กันอย่างแพร่หลายมากเป็นอันดับสองของโลกด้วยจำนวนเจ้าของภาษา